เรียนดำน้ำที่ไหนดี

โดย หยาคุง

FOLLOW US

  • iconfinder_line_3009506
  • Facebook
  • YouTube
  • Instagram

Share this article

ผู้ที่สนใจอยากเรียนดำน้ำ แต่พอหาข้อมูล เสริ์ชกูเกิ้ลแล้วเยอะไปหมด ทั้งเรียนค่ายไหน สถาบันไหน เรียนดำน้ำที่ไหนดี ดำน้ำราคาเท่าไหร่ ทางเราได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสถาบันสอนดำน้ำ และโรงเรียนสอนดำน้ำมาให้เพื่อนๆ ได้พิจารณากัน ว่าจะเลือกเรียนดำน้ำยังไง มาดูกันเลย เรียนดำน้ำที่ไหนดี

1.สถาบันสอนดำน้ำ (ออกบัตรดำน้ำ)

ทุกวันนี้การดำน้ำลึกเป็นกิจกรรมสันทนาการ ดำน้ำเพื่อความผ่อนคลายและสนุกสนาน ซึ่งก่อนที่เราจะดำน้ำได้ นักดำน้ำทุกคนจะต้องผ่านการฝึกปฏิบัติและสอบจากสถาบันสอนดำน้ำ (Dive Agency) หรือสถาบันที่ออกบัตรดำน้ำให้เรากันก่อน เพราะบัตรดำน้ำจะอยู่กับเราตลอดชีพ และที่สำคัญเพื่อความปลอดภัย มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการดำน้ำ สถาบันสอนดำน้ำจากทั่วโลกมีเยอะมาก  เช่น PADI, BSAC, CMAS, NAUI, SSI SDI ฯลฯ บางชื่อก็ไม่รู้จักเลย เพราะรู้จักกันในบางพื้นที่เท่านั้น ในประเทศไทยมี 3 ค่ายที่นิยมเรียนดำน้ำกัน ได้แก่ PADI SSI และ NAUI ซึ่งทั้งสามนี้มีสถาบันสอนดำน้ำเปิดขึ้นหลายแห่งมากในประเทศไทย 

  1.1) PADI  (Professional Association of Diving Instructors) 

      -ก่อตั้งขึ้นปี ค.ศ. 1966 สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่แคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา 

      -เป็นสมาคมดำน้ำสันทนาการที่ใหญ่ที่สุด มีเครือข่ายทั่วโลก และมีผู้ถือบัตรดำน้ำของ PADI มากที่สุดในโลก ทาง PADI เคลมว่า ผู้ถือบัตรดำน้ำสถาบันอื่นๆ รวมกัน ยังไม่ได้ครึ่งหนึ่งของผู้ถือบัตร PADI เลย

      -ไม่ต้องกังวลหากคุณไปดำน้ำในบางประเทศเล็กๆ เพราะพวกเขารู้จักบัตร PADI แน่นอน 

      -ราคาบัตรสูงกว่าค่ายอื่น จึงทำให้คอร์สเรียนดำน้ำของ PADI มีราคาสูงตามไปด้วย

      -การเรียนการสอนของPADI เป็นไปตามขั้นตอน เรียงลำดับการทำสกิล ทำให้เรียนง่าย เข้าใจง่าย

      -มีหลักสูตรเฉพาะทางให้เลือกเรียนหลากหลาย นอกจากเรียนดำน้ำทั่วไปแล้วยังมีการเรียนดำน้ำแบบSpecialty อีกหลากหลายให้เลือกเรียน เช่น การดำน้ำเรือจม การถ่ายรูปใต้น้ำ การถ่ายวีดีโอใต้น้ำ 

  1.2) SSI (Scuba Schools International)

      -ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1970 สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่โคโลราโด ประเทศสหรัฐอเมริกา 

      -เป็นสมาคมดำน้ำที่ใหญ่เป็นอันดับสองสำหรับการดำน้ำสันทนาการในประเทศไทย

      -ราคาถูกกว่า บัตรของ PADI  ทำให้คอร์สเรียนดำน้ำของ SSI อาจจะถูกกว่าคอร์สเรียนของ PADI

      -การเรียนการสอนยืดหยุ่น เช่น ครูผู้สอนสามารถข้ามการทำสกิลที่นักเรียนถนัดไปทำก่อนได้ แล้วย้อนกลับไปทำสกิลที่ข้ามไป

      -มีหลักสูตรเฉพาะทางให้เลือกเรียนหลากหลาย เช่นเดียวกับPADI SSI ก็มี Specialty diving ที่น่าสนใจอยู่เยอะเหมือนกัน

  1.3) NAUI (National Association of Underwater Instructors)

      -ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1959 สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ฟลอริด้า ประเทศสหรัฐอเมริกา 

      -เป็นสมาคมที่ริเริ่มการดำน้ำแบบสันทนาการ ซึ่งมีการปรับรูปแบบวิธีการมาจากการฝึกทหาร

      -ราคาถูกกว่าทั้งสองที่ที่กล่าวมา

      -การเรียนการสอนมีความเข้ม เป็นไปตามขั้นตอน เพราะ NAUI พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนดำน้ำมากจาก US NAVY และเป็น Non-Organization ซึ่งเน้นให้ความรู้การดำน้ำอย่างปลอดภัย หลักสูตรของ NAUI จึงเน้นวิชาการ ลงลึกทุกรายละเอียดมากกว่า PADI ซึ่งจัดให้การเรียนดำน้ำเป็นการเรียนดำน้ำแบบสันทนาการเน้นสนุกๆ และเข้าใจง่าย

2.โรงเรียนสอนดำน้ำ (ร้านดำน้ำ)

โรงเรียนสอนดำน้ำในบ้านเรามีเป็นร้อยแปดพันเก้า จะเลือกเรียนดำน้ำที่ไหนดี ซึ่งเราจะต้องดูทั้งสถานที่เรียน ประสบการณ์ครูผู้สอนและร้านดำน้ำ ราคา รีวิว และเงื่อนไขต่างๆ ของโรงเรียนนั้นๆ อาจทำได้โดยการรีเสิร์จข้อมูลโรงเรียนนั้นๆ ดูรูปภาพ วีดีโอ รีวิวจากผู้ที่เคยเรียน และสภาพแวดล้อมเพื่อประกอบการตัดสินใจ

  2.1) สถานที่เรียน ส่วนใหญ่แล้วโรงเรียนสอนดำน้ำที่คนนิยมไปเรียนดำน้ำกันจะมีที่กรุงเทพฯ, ชุมพร,เกาะเต่า, และภูเก็ต แต่ละที่ก็จะมีข้อดี-ข้อเสียแตกต่างกันไป

       กรุงเทพฯ ส่วนใหญ่จะเรียนภาคทฤษฎีและสระก่อนที่ กทม. แล้วค่อยไปสอบภาคทะเลที่แสมสาร, สัตหีบ หรือพัทยา ข้อดี คือ ไม่จำเป็นต้องลาเรียนหรือลางาน ส.-อา.แรกใช้เวลาเต็มๆ กับการเรียนทฤษฎีและปฏิบัติในสระน้ำจนหมั่นใจ เวลาไปสอบภาคทะเลก็เดินทางไม่นานแค่ 2-3 ชม. จาก กทม. ข้อเสีย คือ พัทยาและแสมสาร น้ำค่อนข้างขุ่นเพราะอยู่ใกล้ชายฝั่ง และโรงเรียนสอนดำน้ำบางแห่งที่พาไปสอบยังไม่รวมค่าเรือออกสอบทะเล หรือค่าออกบัตรดำน้ำ​ (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขแต่ละเจ้า)  

       ชุมพร พักหลังมานี้ทะเลชุมพรเป็นหนึ่งในสถานที่ห้ามพลาดสำหรับนักดำน้ำ โดยเฉพาะเกาะร้านเป็ดร้านไก่ ที่น้อยคนนักที่จะรู้จัก ข้อดี คือ ที่ชุมพร มีจุดดำน้ำหลายจุด น้ำใสกว่าทางพัทยา แสมสาร และมีโอกาสเจอฉลามวาฬ ข้อเสีย คือ ใช้เวลาในการเดินทางนานกว่าพัทยา แสมสาร และสัตหีบ

        เกาะเต่า เป็นสถานที่ที่ติดอันดับ Top 5 สำหรับผู้ที่อยากมาเรียนดำน้ำมากที่สุดในโลก ข้อดี คือ มีจุดดำน้ำหลายจุดรอบเกาะเต่า ซึ่งแต่ละจุดมีความตื้นความลึกที่แตกต่างกันเหมาะสำหรับการเรียนดำน้ำ โดยเกาะเต่าสามารถดำน้ำได้ทั้งปี ไม่มีการเปิดปิดเกาะ น้ำใสกว่า มีโอกาสเจอสัตว์ใหญ่ เช่น ฉลามวาฬ บาราคูด้ายักษ์ ฉลาม black tip ฯลฯ ข้อเสีย คือ ใช้เวลาในการเดินทางนาน หลายต่อ

        ภูเก็ต ขึ้นชื่อว่าทะเลฝั่งอันดามัน เป็นสถานที่ในฝันของนักดำน้ำหลายท่านทั่วโลกที่อยากมาเยือนทะเลฝั่งนี้ ส่วนใหญ่นักดำน้ำจะมา Fun dive หรือซื้อทริป Liveaboard กัน ข้อดี คือ ทะเลสวยแน่นอน น้ำใสมากกว่าที่อื่นๆ มีโอกาสเจอสัตว์ใหญ่ เช่น ฉลาม white tip แมนต้า โลมา ฯลฯ ข้อเสีย คือ มีช่วงปิดทะเลฝั่งอันดามันตั้งแต่พ.ค.-ต.ค. คลื่นลมอาจจะแรงสำหรับมือใหม่

  2.2) ครูผู้สอน ประสบการณ์ครูผู้สอนก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการเรียนดำน้ำเช่นกัน แต่ปัญหาคือเราจะรู้ได้ไงว่าแต่ละที่ครูแต่ละคนมีประสบการณ์ยังไงบ้าง อาจต้องดูจากปัจจัยแวดล้อมด้วย เช่น ครูที่เกาะเต่า ส่วนใหญ่มีอาชีพประจำเป็นครูสอนดำน้ำ สอนทุกวันเลยก็ว่าได้ ซึ่งทำให้มีประสบการณ์การสอนมาก แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าครูที่อื่นจะไม่มีประสบการณ์นะ ต้องพิจารณาจากประวัติการดำน้ำ ประวัติการสอน หรือรีวิวจากนักเรียนที่เคยมาเรียนด้วย อีกอย่างคือต้องดูด้วยว่าจำนวนที่สอนไม่ควรมากเกินไปตามกฎของแต่ละสถาบัน เช่น PADI ไม่เกิน 8 คน แต่ที่เกาะเต่าจะสอนไม่เกิน 6 คน (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานที่และสภาพแวดล้อมด้วย) เพื่อความปลอดภัยเป็นหลัก อีกทั้งประสบการณ์ของโรงเรียนนั้นๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญในการตัดสินใจว่าจะเรียนดำน้ำที่ไหนดี ถ้าโรงเรียนที่เปิดมานาน ได้รับการรับรองจากสถาบันดำน้ำ ก็จะมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น

  2.3) ราคา (ในที่นี้ยกตัวอย่างคอร์สเรียนดำน้ำเบื้องต้น) 

        กรุงเทพฯ โดยทั่วไปราคาเฉลี่ยจะอยู่ที่ 12,000 - 15,000 บาท หากราคาต่ำกว่านี้บางที่อาจไม่รวมค่าเรือออกสอบภาคทะเล ค่าบัตรดำน้ำ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร และค่าที่พัก

        ชุมพร ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 13,000-16,000 บาท รวมค่าเรือออกสอบภาคทะเล ค่าบัตรดำน้ำ แต่ยังไม่รวมค่าเดินทาง ค่าอาหาร (ที่พักเป็นไปตามเงื่อนไขแต่ละโรงเรียน)

        เกาะเต่า ราคา 11,000 บาท รวมค่าเรือออกสอบภาคทะเล ค่าบัตรดำน้ำ แต่ยังไม่รวมค่าเดินทาง ค่าอาหาร (ที่พักเป็นไปตามเงื่อนไขแต่ละโรงเรียน)

        ภูเก็ต ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 14,000 - 16,000 บาท รวมค่าเรือออกสอบภาคทะเล ค่าบัตรดำน้ำ แต่ยังไม่รวมค่าเดินทาง ค่าอาหาร และค่าที่พัก

จะเห็นว่าหลักสูตรการสอนดำน้ำของแต่ละสถาบันจะแตกต่างกันออกไปตามรายละเอียดข้างต้น ขึ้นอยู่กับความชอบของผู้เรียนว่าจะเลือกเรียนดำน้ำสถาบันใด อย่างไรก็ตามแต่ละสถาบันดำน้ำมีจุดประสงค์เดียวกันคือ ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับแรก ส่วนโรงเรียนสอนดำน้ำแต่ละที่นั้นมีประสบการณ์ สถานที่ และรายละเอียดที่แตกต่างกันไปเช่นกัน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับผู้เรียนว่าอยากเรียนดำน้ำที่ไหนดี มีเวลาพอไหม หรือมีงบประมาณเท่าไร สุดท้ายนี้หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์ช่วยให้เพื่อนๆ ที่สนใจเรียนดำน้ำตัดสินใจเลือกเรียนดำน้ำได้นะ

Share this article

Check out our video here!
Contact

Coral Grand Divers Koh Tao Sairee Beach, Koh Tao, Surat Thani, Thailand 84360

คอรอล แกรนด์ ไดฟ์เวอร์ หาดทรายรี เกาะเต่า สุราษฎร์ธานี ประเทศไทย 84360

info@coralgranddivers.com

Telephone : +66 (0)81 913 6532

 

Line ID: @coralgranddivers

LINE-ADD-FRIEND-PNG.png
fb message.png
  • Black Facebook Icon
  • Black Instagram Icon
  • Black Google Places Icon