อยากเรียนดำน้ำ เริ่มต้นอย่างไร

สวัสดีครับ ผมครูแก็ตมาเจอกันอีกแล้วในบล๊อกนี้ ผมจะว่ากันด้วยเรื่อง “อยากเรียนดำน้ำ เริ่มต้นอย่างไร” เรียนดำน้ำเนี๊ยะ เขาเรียนกันถึงไหนถึงจะพอ สงสัยกันใช่ไหมล่ะครับ มาอ่านกันเลย!

ตามหลักสูตรของ PADI ที่ทาง Coral Grand Divers เปิดสอนนั้นมีหลากหลายคอร์สมากครับหลายๆ ท่านที่ยังไม่เคยดำน้ำอาจจะเกิดความสับสนขึ้นมาได้ว่า เอ๊ะ ฉันจะเริ่มคอร์สเรียนดำน้ำไหนก่อน-หลังดีนะ หลักสูตรของ PADI นั่นมีการไร่เรียงเป็นขั้นเป็นตอน เหมือนกับตอนเราเรียนชั้นอนุบาล ปฐมฯ มัธยมฯ กันเลยล่ะ ในที่นี้จะพูดถึงการดำน้ำแบบสันทนาการนะครับ อยากจะไปดำน้ำที่สวยๆ แต่ละที่ควรเรียนดำน้ำถึงขั้นไหนกัน…

อันแรกเลยครับ สำหรับการก้าวเข้ามาสู่โลกแห่งท้องทะเลด้วยการดำน้ำลึก คือ โปรแกรม Discover Scuba Diving เป็นคอร์สทดลองเรียนดำน้ำ 1 วัน สำหรับการทดลองเรียนดำน้ำ ซึ่งได้ลงทะเลจริงด้วย 2 ไดฟ์ (ไดฟ์ คือ การลงไปดำน้ำ 1 ครั้งแล้วขึ้นมา เรียกว่า 1 ไดฟ์) ความลึกไม่เกิน 12 เมตร โดยจะมีครูผู้สอนดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด แต่คอร์สเรียนดำน้ำอันนี้จะยังไม่ได้รับใบอนุญาตให้ดำน้ำนะครับ

สำหรับคอร์สเรียนดำน้ำระดับแรกที่จะได้รับบัตรนั่นคือ คอร์ส Open water Diver ซึ่งเราจะเรียนกันตั้งแต่ 0 จนถึง 100 กันเลยละครับ รวมทั้งวิธีการดูแลตัวเอง การเอาตัวรอด และวิธีการแก้ปัญหาต่างๆ ในการดำน้ำลึก โดยการเรียนการสอนจะฝึกกันเข้มข้นเลยล่ะครับ เมื่อจบแล้วเราจะดำน้ำได้ที่ความลึกสูงสุดคือ 18 เมตร หลายๆ คนถามผมบ่อยมากว่าเรียนตั้ง 4 วัน แต่ลงได้ที่ความลึกแค่นี้เองหรอ?! ตามระเบียบแนะนำตามหลักสูตรแล้วให้ 18 เมตรเพราะอะไร

1. คอร์สนี้เรียนทุกอย่าง ทั้งภาคทฤษฏีและปฏิบัติ

2. ระยะเวลาภายใน 4 วัน สามารถทำให้เราอ่อนล้าได้

3. ภายใต้แรงดันน้ำสูง(ลงลึกๆ) จะมีผลกระทบต่อระบบร่างกายเรา ต้องเรียนรู้เพิ่มในคอร์สถัดไป

4. ตามระเบียบของตัวหลักสูตร

และแน่นอนว่าสถานที่ดำน้ำทั่วโลกนั้นคงจะไม่อยู่ที่ 18 เมตรอย่างเดียวแน่นอน โดยทั่วไปแล้ว เฉลี่ยก็ 15-25 เมตรครับ มาดูระดับต่อไปที่จะดำน้ำลงไปได้ถึงขนาดนั้น

คอร์สเรียนดำน้ำระดับที่ 2 นั่นคือ Advanced Open Water Diver สามารถเรียนต่อจากระดับ Open Water Diver ได้เลยครับ และการเรียนการสอนจะมุ่งเน้นไปที่ การ adventure ใต้น้ำ มีการเรียนภาคทฤษฎี 3-5 ชั่วโมง และทำการฝึกภาคปฏิบัติในทะเลจำนวน 5 ไดฟ์ บังคับ 2 ไดฟ์ คือ Deep Dive (ดำน้ำลึก) และ Underwater Navigation (การนำทางใต้น้ำ) ส่วนอีก 3 ไดฟ์เป็นตัวเลือกตามสะดวกของแต่ละสถานที่ เช่น Wreck Dive (การดำน้ำเรือจม), Night Dive (การดำน้ำกลางคืน), Peak Performance Buoyancy (การควบคุมการลอยตัวขั้นสูง), Underwater Photography (การถ่ายภาพใต้น้ำ), การจำแนกชนิดของปลา (Fish Identification) เป็นต้น


เมื่อเราเรียนจบคอร์ส Advanced Open Water Diver แล้ว เราสามารถลงไปดำน้ำลึกได้ไม่เกิน 30 เมตร (ผมว่าขนาดนี้กำลังดีครับ)  แต่ถ้ายังไม่จุใจ อยากลงลึกกว่านี้แนะนำให้ไปสาย Technical Diving ครับ 

เท่านี้เราก็สามารถไปดำน้ำในที่สวยๆ ได้เกือบดั่งใจนึกแล้วนะครับ

.

แต่เอ....หลายคนอาจจะตะหงิดๆ ว่าแล้วลงลึกๆ จะอยู่ใต้น้ำได้นานไหม

คำตอบคือยิ่งเราลงลึกเท่าไหร่ระยะเวลาที่จะอยู่ใต้น้ำนั้นยิ่งสั้นลงตามระบบคำนวนอัตราการซึมซับไนโตรเจนในร่างกายของเราครับ 

อ่าว.. แล้วแบบนี้จะสนุกเหรอถ้าดำน้ำได้แค่แปปเดียวเอง?

.

ฮั่นแน่! เริ่มเอะใจแล้วใช่มั้ยครับ..

การดำน้ำในชีวิตจริงนั้นส่วนใหญ่แล้วเราจะดำน้ำแบบขั้นบันไดหรือแบบ Multi-level คือเวลาเราลงดำลึกๆ เราจะไม่ดำแช่ที่ความลึกนั้นตลอดทั้งไดฟ์เราจะค่อยๆ ขยับขึ้นมาทีละนิดจนถึงที่ตื้นๆ ประมาณ 10-5 เมตรในตอนท้ายๆ ไดฟ์ ซึ่งเราสามารถเลือกเรียนอันนี้ได้ด้วยในการเรียนคอร์ส Advanced Open Water Course โดยวิธีที่จะทำให้อยู่ใต้น้ำได้นานๆ โดยมีความปลอดภัยเพิ่มขึ้น นั่นคือ อีก 1 คอร์ส ที่ผมแนะนำมาก คอร์สเรียนดำน้ำพิเศษ (Specialty) Enrich Air (Nitrox) ครับ เป็นการเรียนการใช้อากาศผสมพิเศษครับ 

Enrich Air หรือ Nitrox คือ อากาศที่ลดสัดส่วนของแก๊สไนโตรเจนลงไป โดยปกติแล้วในอากศทั่วไปหรือ Normal Air มีส่วนผสมของแก๊ส Oxygen 21% และ Nitrogen 79% ซึ่งปัจจัยที่จะทำให้เราอยู่ใต้น้ำได้นานหรือไม่นานขึ้นอยู่กับปัจจัยการโหลดแก๊สไนโตรเจนของร่างกายเรา ดังนั้นตัวอากาศผสมพิเศษ Enrich Air หรือ Nitrox จะมีสัดส่วนผสมอยู่ที่ Oxygen 22-40% และสัดส่วนของแก๊ส Nitrogen จะลดลงมาค่อนข้างเยอะเลยล่ะ ทำให้อัตราการโหลดแก๊สไนโตรเจนมีน้อยลง ส่งผลให้เราอยู่ใต้น้ำได้นานขึ้น และมีแก๊ส Oxygen เพิ่มขึ้น โดยปกติแล้วแก๊สนี้จะดีกับเราเสมอต้นเสมอปลายเลยแหละ อาจจะทำให้เราไม่เหนื่อยมากขณะดำน้ำและช่วยเรื่องระยะเวลาพักน้ำที่ไวขึ้นในการดำน้ำครั้งต่อไป แต่จำเป็นต้องลงเรียนวิธีใช้ให้ถูกวิธีก่อนนะ ไม่งั้นเดี๋ยวจะโดนแก๊สเล่นงานเอาได้ เพราะแก๊สทุกชนิดมีผลต่อร่างกายเราแตกต่างกันไปนะจ๊ะ